
หากคุณกำลังมองหาไอเดียดี ๆ สำหรับไปเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงอยู่ล่ะก็ ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกล เพราะเราได้คัดสรรรายชื่อเมือง 9 อันดับแรกในซีกโลกเหนือซึ่งน่าไปเยือนในช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายนมาให้แล้ว ไม่ว่าคุณจะอยากแช่ตัวในน้ำพุร้อนของกรุงโซล หรืออยากลิ้มลองซินนามอนโรลเหนียวนุ่มในมอนทรีออล ก็ลองมุ่งหน้าไปยังจุดหมายสักแห่งจากทั้ง 9 แห่งนี้เพื่อสัมผัสกับสุดยอดทริปเที่ยวเมืองในฤดูใบไม้ร่วงดูได้เลย

ฤดูใบไม้ร่วงในโซลทั้งมีชีวิตชีวาและเปี่ยมมนตร์เสน่ห์ ใบไม้สีแดง สีส้ม และสีเหลืองปกคลุมสวนสาธารณะที่สวยงามและเงียบสงบของเมือง ในขณะที่รถบรรทุกขนลูกพลับและสาลี่ที่เก็บเกี่ยวมาสด ๆ แล่นไปตามท้องถนนที่พลุกพล่านจอแจ ลองแวะไปยังแผงขายอาหารที่ตลาดกวางจังเพื่อลองอาหารตามฤดูกาลแสนอร่อยบางเมนูของเกาหลีใต้จากที่มีอยู่มากมาย เช่น เห็ดมัตสึทาเกะ มันเผาที่เสิร์ฟพร้อมเกาลัดเผา ปูม้า ลูกชิ้นปลาออมุก และอีกมากมาย ในขณะเดียวกัน น้ำพุร้อน อากาศสดชื่นบนภูเขา และน้ำตกที่รายล้อมด้วยผืนป่าก็รอให้คุณออกไปสัมผัสอยู่นอกเมือง หลังจากเดินป่าขึ้นเขาที่มีใบไม้แดงสดมาแล้วทั้งวัน ก็ได้เวลากลับไปพักที่ Hotel28 Myeongdong ที่ได้คะแนนรีวิวสูงในโซล

ลอนดอนในฤดูใบไม้ร่วงนั้นมีบรรยากาศครื้นเครงอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะมีทั้งวันที่อากาศเย็นสดชื่นและมีแสงแดดอ่อน ๆ อีกทั้งยังสามารถใช้เวลายามบ่ายในผับ มีเทศกาล Bonfire Night ตลอดจนสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยใบไม้ร่วง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้คนก็ซาลงไปพร้อมกับการสิ้นสุดของฤดูร้อนและถึงช่วงเปิดเทอม อีกทั้งยังเป็นช่วงที่เมืองมีอีเวนท์ทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับคริสต์มาส ไม่ว่าจะเป็นงานอาร์ตแฟร์ นิทรรศการใหม่ ๆ ยอดนิยม (ปีนี้มีการจัดแสดงผลงานของปอล เซซานที่ Tate Modern ด้วย) หรือเทศกาลภาพยนตร์ ทั้งยังมีโรงละครให้เลือกจำนวนมาก ลานสเก็ตน้ำแข็งกลางแจ้ง และอีกมากมาย สำหรับที่พักขอแนะนำ The Hoxton, Southwark ซึ่งใช้เวลาเดินเพียง 10 นาทีจาก Tate Modern

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่สวยงามของปีในมหานครที่ได้รับสมญานามว่า The Big Apple ด้วยมีทั้งอากาศที่สดชื่นเย็นสบาย และสภาพตัวเมืองที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้สีแดงดุจทับทิมเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ก็ยังเป็นช่วงที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองทั่วเมืองและสำรวจสิ่งที่น่าสนใจทางวัฒนธรรม เตรียมเพลิดเพลินอย่างเต็มที่ไปกับทุกสิ่ง ตั้งแต่นิทรรศการขนาดใหญ่และการจัดแสดงแสงสี ไปจนถึงขบวนพาเหรดฮาโลวีน คอนเสิร์ตดนตรี และ New York Comedy Festival หากรู้สึกอยากออกนอกเมือง ก็ให้ลองไปเก็บแอปเปิลตามฤดูกาลที่สวนแอปเปิลท้องถิ่นในพื้นที่ 3 รัฐรอบ ๆ นิวยอร์กซิตี้ หรือจะนั่งรถไฟเป็นเวลา 4 ชั่วโมงครึ่งไปยังบอสตันซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งของสหรัฐฯ ที่มีบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงในแบบของตนเองก็ได้เช่นกัน สำหรับที่พักในนิวยอร์กซิตี้ ขอแนะนำ Ace Hotel Brooklyn ซึ่งสามารถเดินไปสวน Prospect Park ได้ในครึ่งชั่วโมง เพื่อเพลิดเพลินกับสีสันในฤดูใบไม้ร่วงของต้นเมเปิลที่ขึ้นเรียงรายอยู่ริมทะเลสาบ

เมื่อฤดูร้อนที่แผดเผาผ่านพ้นไป ฤดูใบไม้ร่วงก็เข้ามาแทนที่ในโรม พร้อมทั้งอุณหภูมิที่เย็นลง นักท่องเที่ยวที่บางตาลง และท้องฟ้าที่ยังคงเป็นสีฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งในและรอบ ๆ กรุงโรมมีเทศกาลมากมายที่เฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงที่เรียกว่า Sagre หลายเทศกาลจัดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ หรือหมู่บ้านรอบ ๆ กรุงโรม โดยเป็นงานที่จัดแสดงวัตถุดิบและอาหารจานเด็ดของท้องถิ่น ขอแนะนำให้ลองไป Sagre ในแคว้นลาซิโอเพื่อลิ้มลองอาหารอิตาเลียนเลิศรส แล้วมาเพลิดเพลิดกับห้องสวีทสว่างสดใสที่ Vatica B&B Roma และอิ่มอร่อยกับอาหารเช้ามื้อใหญ่สไตล์อิตาเลียน

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นในปารีส และก็ไม่ใช่เพียงเพราะมีการจัดงานปารีสแฟชั่นวีคในปลายเดือนกันยายนเท่านั้น ร้านรวงทั้งหมดที่ปิดให้บริการในเดือนสิงหาคมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มีผู้คนบางตาลงกว่าในช่วงฤดูร้อน และสวนสาธารณะต่างก็ปกคลุมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงาม ลองเดินเล่นไปบนใบไม้แห้งสีทองในสวนตุยเลอรี และให้รางวัลตัวเองด้วยช็อกโกแลตร้อนสักถ้วยในคาเฟ่สไตล์ปารีเซียง ก่อนขึ้นรถไฟใต้ดินไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Fondation Louis Vuitton ในสวนบัวส์เดอบูโลญ ส่วนที่พักนั้นขอแนะนำ Hotel d'Orsay ซึ่งอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ออร์เซย์และห่างจากสวนตุยเลอรีเพียงข้ามฝั่งแม่น้ำแซน

นอกจากฤดูใบไม้ผลิที่มีดอกซากุระบานสะพรั่งอย่างงดงามแล้ว ก็ยังมีฤดูใบไม้ร่วงที่ว่ากันว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวโตเกียว ต้นเมเปิลที่ปกคลุมสวนสาธารณะของเมืองเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองอำพันและสีแดงสดเปล่งประกาย ทำให้เมืองอาบไล้ด้วยแสงสีทองที่ดูอบอุ่น ไม่ใช่เพียงความงดงามน่าชมตามฤดูกาลนี้เท่านั้นที่ทำให้ช่วงเวลานี้ของปีมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น แต่ยังมีเมนูอุ่น ๆ สำหรับหน้าหนาวที่เริ่มมีวางขายตามแผงลอยริมถนนให้ได้ลิ้มลองอยู่ทั่วเมือง ไล่ตั้งแต่เกาลัด เห็ดมัตสึทาเกะ ไปจนถึงมันเผา อย่าลืมไปพักที่ Tokyo Dome Hotel ซึ่งอยู่ใกล้กับ Koishikawa Korakuen สวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นจุดชมความงามของต้นเมเปิลในฤดูใบไม้ร่วงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว

ขอแนะนำให้ไปเยือนปรากในฤดูใบไม้ร่วง ก่อนที่ความหนาวเย็นที่แท้จริงของฤดูหนาวจะมาเยือน รวมทั้งช่วงที่สามารถเดินเที่ยวได้จะหมดไป คุณจะพบกับบรรยากาศอันรื่นเริงและอบอุ่นสบาย ๆ พร้อมด้วยรูปปั้นสีทองและสถาปัตยกรรมอันสง่างามที่ทอแสงงามเด่นในแสงอ่อน ๆ ของฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนี้ ฤดูนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเพลิดเพลินกับอาหารเช็กแสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็นซุปเนื้อกูลาชหรือเกี๊ยวแบบเช็กที่พร้อมเสิร์ฟอุ่น ๆ ในร้านอาหารแทบทุกแห่ง อีกทั้งยังเป็นช่วงที่มีการจัดเทศกาลต่าง ๆ ตั้งแต่เทศกาลไวน์ไปจนถึงการแสดงศิลปะ รวมถึงงาน Prague Sounds อันโด่งดัง (เริ่มจัดตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมไปจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน) ซึ่งมีนักดนตรีที่มีพรสวรรค์และเก่งกาจที่สุดบางส่วนของสาธารณรัฐเช็กมาเปิดแสดง สำหรับที่พักขอแนะนำ Art Deco Imperial Hotel อันโอ่อ่า ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนจาก Archa Theatre หนึ่งในสถานที่หลักของการจัดงานดังกล่าว

ปลายเดือนกันยายนเป็นจุดเริ่มต้นของ Oktoberfest (เทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ในเยอรมนี และมิวนิกก็เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ โดยมีทั้งความบันเทิงที่รับประกันว่าจะทำให้เพลิดเพลิน เครื่องเล่นที่สนุกสนาน เพรทเซลสดใหม่ และเบียร์อร่อย ๆ มากมาย นอกจากนี้ ในฐานะเมืองหลวงของรัฐบาวาเรียที่มีทิวทัศน์งดงาม มิวนิกยังเป็นประตูสู่สุดยอดความงามทางธรรมชาติในชนบททางตอนใต้ของเยอรมนีอีกด้วย ซึ่งจะยิ่งทวีความงดงามในฤดูใบไม้ร่วงเมื่อป่าดำในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์คที่อยู่ข้างเคียงแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มและสีเหลืองอำพัน หลังจากเดินป่าไปตามเส้นทางบนภูเขานอกเมืองแล้ว อย่าลืมแวะทานเค้ก Black Forest Gateau อันเลื่องชื่อของแถบนี้ซึ่งเสิร์ฟมาเป็นก้อนใหญ่ ๆ แล้วไปพักที่ Lizz Hotel Munich ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองและได้คะแนนรีวิวสูง

ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงของแคนาดายากที่จะมีใครเอาชนะได้ เพราะมีอุทยานแห่งชาติที่สวยงามน่าทึ่งอยู่มากมายซึ่งขับรถเป็นระยะสั้น ๆ ไปจากมอนทรีออลได้ โดยอุทยานแห่งชาติ Oka National Park นั้นอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 45 นาทีเมื่อเดินทางด้วยรถยนต์ ที่นี่มีเส้นทางเดินป่าเป็นระยะทาง 11 กม. ที่ทอดตัวเป็นวงรอบชายฝั่งของทะเลสาบ Lac des Deux Montagnes ซึ่งเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึงผิวน้ำจะสะท้อนภาพใบไม้สีแดงและสีทองเปล่งประกาย นอกจากนี้ก็ยังมีอุทยานแห่งชาติ Mont-Tremblant National Park (อุทยานที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาค) และ Mont-Saint-Bruno (ขับรถเพียงครึ่งชั่วโมงจากมอนทรีออล ทั้งยังมีกิจกรรมเก็บแอปเปิลให้ทำในฤดูใบไม้ร่วง) ยิ่งไปกว่านั้น มอนทรีออลยังขึ้นชื่อเรื่องเบเกอรี่ระดับโลก ดังนั้นก็อย่าลืมมุ่งหน้ากลับไปที่เมืองเพื่อลิ้มรสของกินตามฤดูกาล เช่น คุกกี้ใส่เครื่องเทศ ขนมปังบริยอชฟักทอง และซินนามอนโรลเหนียวนุ่ม ก่อนเข้าพักที่ Maison Sainte-Thérèse อันหรูหราและร่วมสมัยในมอนทรีออล